แยน โมลบี้ (Jan Mølby)

ประวัติส่วนตัว

          แยน โมลบี้ (เกิด 4 กรกฎาคม 1963) เป็นอดีตนักฟุตบอลอาชีพชาวเดนมาร์กและกุนซือ ในฐานะนักเตะเขาลงเล่นเป็นมิดฟิลด์ตั้งแต่ปี 1982 จนถึงปี 1998 และใช้เวลากว่า 12 ปีในการเล่นอยู่กับ หงส์แดงลิเวอร์พูล หลังจากที่เขาเริ่มต้นการค้าแข้งกับ โคลดิ้ง และ อาแจ็กซ์ ก่อนที่จะตัดสินใจใช้เวลากับ "หงส์แดง" ยาวนานกว่า 1 ทศวรรษ เขาติดทีมชาติให้กับ เดนมาร์ก 33 ครั้ง และยิงไป 2 ประตู

          หลังจากอำลาสโมสร หงส์แดง ไปแล้ว เขากลายเป็นผู้เล่น-กุนซือให้กับ สวอนซี ซิตี้ และใช้เวลากว่า 2 ปีอยู่ที่นั่น ก่อนที่รับงานคุมทีม คิดเดอร์มินสเตอร์ แฮร์ริเออร์ส พาเลื่อนชั้นสู่ฟุตบอลลีกในปี 2000 ซึ่งต่อมาเขาได้คุมทีม ฮัลล์ ซิตี้ อยู่หนึ่งปี ก่อนที่จะถูกเรียกตัวไปทำทีม คิดเดอร์มินสเตอร์ แฮร์ริเออร์ส เป็นครั้งที่ 2 

ประวัติการค้าแข้ง

– โคลดิ้ง และ อาแจ็กซ์ (1981-1984)

          เขาเกิดที่ โคลดิ้ง และ โมลบี้ เริ่มต้นการเล่นฟุตบอลกับสโมสรที่ใหญ่ที่สุดในบ้านของเขา โคลดิ้ง เอฟซี ซึ่งเขาได้เป็นกัปตันทีมด้วยวัย 19 ปี ก่อนที่จะเข้าร่วมกับสโมสร อาแจ็กช์ และได้แชมป์ลีกดัตช์ ในปี 1983

– หงส์แดงลิเวอร์พูล (1981-1988)

          โจ เฟแกน กุนซือ หงส์แดง ได้ชวนให้ โมลบี้ เข้ามาทดสอบฝีเท้าเป็นระยะเวลา 10 วัน จนท้ายที่สุดเขาก็ได้เซ็นสัญญาเมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 1984 และลงสนามเป็นครั้งแรกในอีกสามวันต่อมา เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 1984 ในเกมลีกที่เสมอกับ นอริช ซิตี้ 3-3 ที่สนาม แคร์โรว์ โร้ด ประตูของเขากับ "หงส์แดง" เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 1984 ในเกมลีกที่พ่ายให้กับสิงห์สำอาง1-3 ที่ สแตมฟอร์ด บริดจ์ การเปิดตัวเขาในฤดูกาลแรกกับ หงส์แดง น่าเสียใจ เมื่อทีมไม่สามารถคว้าแชมป์รายการหลัก ๆ ไม่ได้เลยเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 1975

          ในปี 1985-86 เคนนี่ ดัลกลิช ที่เข้ามาเป็นกุนซือคนใหม่ได้มอบความศรัทธาให้กับ โมลบี้ ด้วยการส่งเขาลงสนามเป็น 11 ผู้เล่นตัวจริง เขาเริ่มลงเล่นในตำแหน่ง เซ็นเตอร์แบ็คตัวที่สาม หรือสวีปเปอร์ ก่อนที่จะถูกโยกไปเล่นในตำแหน่งมิดฟิลด์เคียงข้างกับ สตีฟ แม็คมาน มันทำให้เขาระเบิดฟอร์มสุดยอดออกมาด้วยการยิง 21 ประตู ในปี 1985-86 จากบทบาทมิดฟิลด์ และไม่ต้องสงสัยเลยว่านั่นเป็นฤดูกาลที่สุดยอดที่สุดของตัวเขา ซึ่งจุดหัวมุมของฤดูกาลนี้คือการที่ โมลบี้ ได้รับเป็น "แมน อ๊อฟ เดอะ แมตช์" เป็นครั้งแรกในการพบกันระหว่าง 2 ทีมจากย่านเมอร์ซี่ย์ไซด์ อย่าง หงส์แดง กับ เอฟเวอร์ตัน ในศึก เอฟเอ คัพ นัดชิงชนะเลิศ

          ช่วงปรี-ซีซั่นของปี 1987 โมลบี้ ต้องประสบปัญหาอาการเดี้ยงที่เท้า ซึ่งนั่นเป็นจุดเปลี่ยนในการค้าแข้งของเขาเลยก็ว่าได้ ทำให้เขาพลากลงสนามในช่วง 3 เดือนแรกของฤดูกาล 1987-88 และการเข้ามาของ จอห์น บาร์นส์ ในตำแหน่งปีกซ้าย ในการย้าย รอนนี่ วีแลน มาลงเล่นแทนในตำแหน่งของ โมลบี้ ซึ่งกลายเป็นการจับคู่อย่าลงตัวระหว่าง วีแลน กับ แม็คมาน นำทีมประสบความสำเร็จ แต่ วีแลน ได้รับเดี้ยงในช่วงท้ายฤดูกาล จึงเป็นโอกาสให้ โมลบี้ กลับมาลงสนามอีกครั้งในตำแหน่ง มิดฟิลด์ตัวกลาง ที่เดิมของเขา แต่ท้ายที่สุดเขาก็หลุดออกจาก 11 ผู้เล่นตัวจริงโดยอัตโนมัติ และกลายเป็น วีแลน กับ แม็คมาน ที่เป็นตัวเลือกแรกในชุดของ ดัลกลิช

          ในปี 1988-89 โมลบี้ กลับสู่ทีมชุดแรกอีกครั้ง และเปลี่ยนบทบาทเป็นกองหลังตัวกลาง แทนที่การขาดหายไปของ อลัน ฮันเซ่น ที่ได้รับเดี้ยง และยิงประตูประตูชัยเอาชนะ "ปีศาจแดง" ปีศาจแดง ที่สนาม แอนฟิลด์ ในเกมที่ 2 ของฤดูกาล ยังไงก็ตาม ในเดือน ตุลาคม 1988 เขาถูกตัดสินให้จำคุกเป็นเวลา 3 เดือน จากคดีขับรถโดยประมาท ซึ่งสโมสรยังคงยืนอยู่เคียงข้างเขา และกลับมาก็ยังได้โอกาสลงสนามเป็นตัวจริงอีกครั้งในเดือน มกราคม 1989 แต่เรื่องเลวร้ายเกิดขึ้น เมื่อเขาได้รับเดี้ยงในเดือนมกราคมยาวจนถึงสิ้นฤดูกาลนั้น

          โมลบี้ เกือบที่จะลุล่วงสัญญากับสโมสร บาร์ซ่า ในเดือนพฤศจิกายนปี 1990 หลังจากตกลงค่าตัวกันเป็นที่เรียบร้อยด้วยมูลค่า 1.6 ล้านปอนด์ (ประมาณ 87 ล้านบาท) กับระยะสัญญา 4 ปี ซึ่งในเกมที่เขายิงจุดโทษเอาชนะ ลูตัน ทาวน์ 4-0 ในบ้าน หลังต่อไปเขาก็ได้ประกาศอำลาต่อหน้าสาวก "เดอะ ค็อป" ยังไงก็ตามการเจรจาต้องล่มลงไป และทำให้เขาได้อยู่ต่อในถิ่น แอนฟิลด์ ยาวไปอีก 5 ปี ก่อนที่เขาจะตัดสินใจออกจากสโมสรในท้ายที่สุด

          ในช่วงต้นฤดูกาลของ 1995-96 รอย อีแวนส์ กุนซือในขณะนั้น ได้ตัดสินใจปล่อยยืมเขาให้กับ บาร์นสลี่ย์ กับ นอริช ซิตี้ และในเดือนกุมภาพันธ์ 1996 เขาได้เลือกทางเดินใหม่ด้วยการอำลาสโมสรที่ร่วมงานกันมานานกว่าหนึ่งทศวรรษ เพื่อไปรับหน้าที่เป็นผู้เล่น-กุนซือของ สวอนซี ซิตี้ และเขาก็กลายเป็นกุนซือที่อายุน้อยใน Premier League  ด้วยวัย 32 ปี

          ในขณะที่เขาเล่นอยู่ที่ หงส์แดงลิเวอร์พูล ซัดทำประตูไปได้ทั้งสิ้น 62 ประตู ซึ่ง 42 ประตูมาจากการยิงจุดโทษ เขาพลาดจุดโทษเพียงแค่ 3 ครั้งเท่านั้น ครอง Stats ผู้ที่ยิงจุดโทษเยอะที่สุดเป็นอันดับ 2 ของ Premier League  รองจาก แมทธิว เลอ ทิสซิเออร์ และเขาเป็นผู้เล่นที่ยิงจุดโทษเยอะที่สุดเป็น Stats ของสโมสร หงส์แดง

เกียรติประวัติและผลงานที่ผ่านมา

นักฟุตบอล

ระดับสโมสร

– อาแจ็กซ์
          – แชมป์ เอริดิวิซี่ 1 สมัย : (1982-83)
          – แชมป์ ดัตช์ คัพ 1 สมัย : (1982-83)

– หงส์แดง
          – แชมป์ ดิวิชั่น หนึ่ง 3 สมัย : (1985-86, 1987-88, 1989-90)
          – แชมป์ เอฟเอ คัพ 3 สมัย : (1985-86, 1988-89, 1989-90)
          – แชมป์ ลีก คัพ 1 สมัย : (1994-95)
          – แชมป์ เอฟเอ ชาริตี้ ชิลด์ 4 สมัย : (1986, 1988, 1989, 1990)

Leave a comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *